Kanya's profileอีกด้านของนางมารร้ายPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    ++ i love u ++

     



     

     

    นานเท่าไหร่แล้วที่เรายังรักกัน


    เธอรักฉัน ฉันรักเธอ  ยังเพราะเสมอ


    ไม่ขอบคุณฟ้าหรือสวรรค์ที่ทำให้เราพบเจอ


    แต่จะขอบคุณตัวเธอที่ทำให้เราได้รู้จักกัน


    เหมือนเดิมทุกอย่างตั้งแต่วันแรก


    ไม่เคยเปลี่ยนหรือผิดแปลก อะรัยที่ทำฉันหวั่นไหว


    เธอยังเหมือนเดิมเสมอไปมีเปลี่ยนไป


    วันแรกรักยังไงวันนี้ก็รักเหมือนเดิม


    รักฉันเอง แน่นอน....ก็ไม่เคยลดลง


    มันยังคง เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นทุกวันเชื่อไหม


    ชีวิต ฉันคงเสียสละให้เธอไม่ได้


    แต่หัวใจได้ให้เธอไปแล้วทั้งดวง


    อุปสรรคมากมายที่เราเคยร่วมฟันฝ่า


    เหนื่อยยากและอ่อนล้าบางครั้งไร้จุดหมาย


    ก็มีมือเธอนี่แหละที่กุมมือฉันไป


    เหนื่อยเท่าไหร่ก็มีแรงขึ้นทันที



     

     



     

     

    รักมากขึ้นทุกวัน..เท่านั้นพอ

    "รักมากขึ้นทุกวัน..เท่านั้นพอ"


     

    จำไว้..เราจะผ่านมันไปด้วยกัน
    ฉันฝากทั้งชีวิตของฉันไว้กับเธอแล้วตอนนี้
    อย่าให้อะไร..มาทำให้เธอหวั่นไหวนะคนดี
    เราจะมีกันและกัน..เหมือนที่..ฝันไว้ไง



    เพราะฉันไม่มีวันทิ้งเธอให้เดียวดาย
    และฉันอยากอยู่เคียงข้างกายเธอแบบนี้
    แม้จะเป็นเพียงจินตนาการหรือแค่ฝันเท่านั้นที่มี
    แต่ฉันและเธอ..จะไม่หยุดเท่านี้..เพื่อสักวัน


     


    เพราะหัวใจสองดวงมันผูกกัน
    ด้วยความรัก ความผูกพัน ที่มีให้
    จึงมีแต่ ...รักแลกรัก ...ใจแลกใจ 
    ฉันกับเธอจึงมีวันพรุ่งนี้ต่อไป เพื่อกันและกัน



    จะไม่ขออีกแล้วในคำมั่น..และสัญญา
    ขอเพียงแค่..ตลอดเวลาต่อแต่นี้..จงมีแต่ฉัน 
    จะหยุดรักเอาไว้ตรงที่เรา...เข้าใจกัน
    และจะมีแต่คำว่า..รัก..มากขึ้นทุกวัน..เท่านั้นพอ
     ๐



    -'๐'-.......ใจเท่าที่มี ใจนี้จะมีแต่เธอ.......-'๐'-


     


     

    heart_frame_03.gifheart_frame_06.gifheart_frame_07.gifheart_frame_05.gifheart_frame_01.gif


     

     

     

     

    ๏:*:๏นายแสนดี๏:*:๏

    หลายปีมาแล้วผมได้ดูภาพยนต์เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของชีวิตในครอบครัวที่ความตายได้พรากแม่ไปจากลูก และพ่อ เรื่องราวของพ่อที่เลี้ยงดูลูกสาวตามลำพัง พ่อที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดให้ลูก แต่ช่องว่างระหว่างวัยและเพศ ทำให้ส่วนเติมเต็มที่พยายามทำให้ กลับกลายเป็นเรื่องวุ่นวายในชีวิตลูก ความไม่เข้าใจกันจึงกลายเป็นความห่างเหิน พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น แต่กลัวลูกไม่สบายใจ จึงไม่บอกให้ลูกรู้  ลูกรู้สึกว่าการที่พ่อให้ความรัก กลับกลายเป็นเรื่องวุ่นวายในชีวิต สุดท้าย ลูกจึงขอไปอยู่และเรียนต่อที่บ้านยาย แม้พ่อจะเจ็บปวด แต่ก็ยอมให้ไป เพราะคิดว่ายาย อาจให้ส่วนเติมเต็มและความอบอุ่นได้มากกว่าตน และการที่พ่อต้องอยู่คนเดียวก็สามารถทำงานหนักเพื่อหาเงินให้ลูกได้เต็มที่

            เมื่อลูกสาวย้ายมาอยู่บ้านยาย ได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ได้อิสระ ได้ดูแลชีวิตตัวเอง เธอได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่เข้าใจเค้าทุกอย่างคนหนึ่ง เป็นเพื่อนที่รู้จักกันทางMSN ชื่อนายแสนดี   ทุกๆเย็นตลอดเวลาเกือบหนึ่งปี เธอจะรีบกลับบ้านเพื่อคุยกับเพื่อนคนนี้ บอกกล่าวปัญหาและเรื่องราวที่ได้พบในแต่ละวัน ผลัดกันเล่าสู่กันฟัง นายแสนดีจึงกลายเป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด เป็นคนที่ให้กำลังใจ คอยปลอบโยน และความอบอุ่นกับเธอ  ตลอดเวลาเธอไม่เคยเขียนจดหมายหรือติดต่อไปหาพ่อเลย มีแต่พ่อที่ติดต่อและส่งเงินมาให้เธอตลอด แล้ววันหนึ่งนายแสนดีก็บอกกับเธอว่า ต่อแต่นี้เค้าคงไม่สามารถจะคุยกับเธอได้อีกแล้ว ให้เธอดูแลตัวเองให้ดี รักตัวเองให้มากๆ

             ไม่ทันที่เธอจะถามอะไรนายแสนดีต่อ อาของเธอก็มารับ บอกเพียงว่าต้องกลับไปหาพ่อด่วน เดี๋ยวนี้  เธอนึกโกรธพ่ออยู่ในใจ ที่มาในช่วงเวลาสำคัญที่เธอจะถามเหตุผลจากนายแสนดี แต่ก็ขัดใจอาไม่ได้...  น่าเสียดายที่เธอไปไม่ทันลมหายใจสุดท้ายของพ่อ เพราะพ่อเธอได้จากเธอไปแล้ว หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งและต่อสู้ทำงานหนักเพื่อเธอ ข้างๆเตียงของพ่อมีคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ ที่หน้าจอเป็นการแชทครั้งสุดท้ายระหว่างนายแสนดีกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ข้อความสุดท้ายเขียนว่า ดูแลตัวเองให้ดี รักตัวเองให้มากๆ....พ่อรักนู๋นะ.....

    ๏~* ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว *~๏

    ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
    เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย
    ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น
     
    ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
    เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด
     
    ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
    เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น
    เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม
    เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง  
    ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้
    เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ
    ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต
    ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น
     
    ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร
    เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น
    รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม
    คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

     
    ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด
    เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ
    แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ
    เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม
    ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน
    และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร
     
    ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
    เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น
    ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน
    ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น
    มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น
           
    ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง
    เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้
    เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย
    คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน
     
    ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
    เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครั้งนั้นให้ได้
    ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น
    มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ
    ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก
    ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก
    ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย
    ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต
    อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง
     
    tlm_p.gif
     
    คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

    "14 คำคม จาก 14 หนัง รัก"

    1.  My Best Friend's Wedding

    "If you love someone you say it, you say it right then, out lound, or the moment just...... passes you by."

    หากคุณรักใครสักคนจงพูดมันออกมา พูดออกมาดังๆ เดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นโอกาศก็จะหลุดลอยไป

     

    2. Phenomenon

    George: "Hey, would you, uh..., love me the rest of my life?"

    Lace    : "No, I'm gonna love you for the rest of mine."

    จอร์จ   : คุณจะรักผมไปจนชั่วชีวิตของผมได้หรือเปล่า?

    เลซ     : ไม่ค่ะ ฉันจะรักคุณตราบเท่าชีวิตของฉัน.

     

    3. Indecent Proposal

    "If you ever want something badly, let it go.  If it comes back to you, then it's yours forever.  If it doesn't then it was never yours to begin with"

    ถ้าคุณต้องการบางสิ่งบางอย่างมากๆ จงปล่อยมันไป ถ้ามันกลับมาหาคุณ มันก้อเป็นของคุณตลอดไป แต่ถ้ามันไม่กลับมา แสดงว่าไม่ว่ายังไง มันก้อไม่ใช่ของคุณตั้งแต่แรกแล้ว

     

    4. Nothing Hill

    William : I live in Nothing Hill.  You live in Beverly Hills. Everyone in the world knows who you are"

    Anna     : I'm also just a girl, standing in front of a boy, asking him to love her."

    วิลเลี่ยม  : ผมอยู่น็อตติ้งฮิลล์ คุณอยู่เบเวอร์รี่ ฮิลล์ คนทั้งโลกรู้จักคุณ

    แอนนา   : ฉันเป็นแค่เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อ้อนวอนให้เขารักเธอ

     

    5. The Bridges Of Madison County

    "I'don't want to need you. 'cause i can't have you"

    ฉันไม่ต้องการคุณเพราะฉันไม่มีทางได้ครอบครองคุณ

     

    6.  Untemed Heart

    Caroline : "You love with your mind and soul, not your heart"

    Adam     :[Touching his chest] "Then how come i hurt here when you're not with me

    แคโรไลน์ : คุณรักด้วยจิตใจและวิญญาณไม่ใช่รักด้วยหัวใจของคุณ

    อดัม        :[สัมผัสที่หน้าอกตัวเอง] แล้วทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บตรงนี้ ทุกครั้งที่คุณไม่ได้อยู่กับผมล่ะ

     

    7.  Jerry Maguire

    Jelly  : "i love you. You....complete me"

    Dorothy:  "Shut up. Just shut up. You had me at "hello"

    เจอรี่ : ผมรักคุณ คุณ...เต็มเต็มชีวิตผม

    โดโรธี: หยุดพูด หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันเป็นของคุณตั้งแต่คุณ พูด "ฮัลโหล" แล้ว

     

    8.  Runaway Bride

    " Look, I guarantee that we'll have tough times.  And I guarantee that at some point, one or both of us will want to get out of this thing.  But I also guarantee that if I don't ask you to be mine I'll regret it for the rest of my life.  Because I known in my heart, you're the only one for me.

    ฟังนะ ฉันรับประกันได้เลยว่าเราจะต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเราสองคน และฉันก้อรับประกันได้ว่าวันหนึ่ง เราสองคน คนในคนหนึ่งอาจจะต้องการที่จะออกไปจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ แต่ฉันก้อรับประกันได้เลยว่า ถ้าฉันไม่ขอให้คุณมาเป็นของฉันในวันนี้ ฉันจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิต เพราะฉันรู้ตัวเองดีว่าในใจฉัน มีแต่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น

     

    9.  Love Story

    "Love means never having to say you're sorry"

    ถ้าคิดจะรัก ต้องลืมคำว่าเสียใจ

     

    10.  The English Patient

    Katharine: "Promise me you'll come back for me"

    Almasy    : "I promise, I'll come back for you, i promise, i'll never leave you."

    แคเธอลีน: สัญญานะ ว่าคุณจะกลับมาหาฉัน

    อัลมาซี่   : ผมสัญญา ผมจะกลับมาหาคุณ ผมสัญญา ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไป

     

    11.  Moulin Rouge

    "The greates thing you'll ever learn in just to love and be loved in return"

    สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณจะได้เรียนรู้ก้อคือการได้รู้จักรักและได้รับรักตอบแทน

     

    12.  When Harry Met Sally

    "It's not because I'm lonely, and it's not because it's New Year's Eve.  I came here tonight because when you realize you want to spend the rest of you life with somebody, you want the rest of you life to start as soon as possible."

    ไม่ใช่เพราะว่าฉันเหงา และไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นคืนวันปีใหม่ ฉันมาที่นี้คืนนี้ก็เพราะเมื่อคุณรู้ว่าคุณต้องการอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับใครสักคน คุณต้องการจะเริ่มต้นเวลาที่เหลืออยู่ในชีวตของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

     

    13.  Shadowlands

    "We can't have the happiness of yesterday without the pain of today"

    เราไม่มีวันจะมีความสุขในอดีตได้ หากปราศจากความเจ็บปวดรวดร้าวในวันนี้

     

    14.  As Good As It Get

    Malvin : "You make me want to be a better man"

    Carol   : "That's maybe the best compliment of my life."

    เมลวิน  : คุณทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

    คารอล  : นั้นอาจจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน..

     

    ......

    อีกมากมายกับ คำคมจากหนัง ที่น่าจดจำอย่างเช่น Titanic, castaway, forrest gum, pretty woman, conair...

    Talking about เวียงกุมกาม ... ทมยันตี

     

    Quote

    เวียงกุมกาม ... ทมยันตี
    บัดนี้เฮาจะย้อนตำนานมาเล่าขาน อ่านให้ม่วนอกม่วนใจเฮาเนอ...
    ‘เจ้ามังราย’ แห่งเงินยาง นามนี้มักถูกขานคำนำหน้าว่า ‘แถน’ ... งามแม้น เทพยดา ฝีมือแกร่งกล้าราวอินทร์
    เทียบเท่าเจ้าแถนอินทร์ ให้ได้ยินแลได้ยล
    ร่างแค้วกล้องแกล้งสม บุรุษชาติอาชาไนย
    หาญกล้า หาญรบศึก ฤาจะนึก จะหวั่นใคร
    เชิงชาญ ดาบลือไกล บันทึกไว้เป็นตำนาน
    ‘มังราย’ เจ้าราชบุตรเจ้าลาวเม็งในเมืองเงินยาง กับนางท้าวเทพคำข่ายเชียงรุ้ง หลานตาแห่งท้าวรุ่งแก่นชาย คือบุรุษที่ถูกขานเล่ามากมาย กลาลต่อมาคือพระยามังรายแห่งเชียงใหม่ ดำรงพระเกียรคิลือไกลเสมอพระยางำเมืองแห่งพเยาว์ และพระร่วงแห่งสุโขทัย เป็นสามวีรกษัตริย์อันยิ่งใหญ่ในตำนานล้านนา
    พระยามังรายได้วับความรู้ รับการถ่ายทอดกลเม็ดความเป็นขุนศึกจากทั้งพ่อแลตา ทั้งยังถ่ายทอดสุดยอดเจิงดาบจากครูเฒ่าขุนศึกหริภุญไชย
    ด้วยเหตุนี้ ล้านนาจึงได้ ‘มหาราช’ ผู้ยิ่งใหญ่ จารึกนามไว้ยืนยง!
    ‘อ้ายฟ้า’ รอยไล้บนริมฝีปากของมันอ่อนงาม แต่ดูงำความไว้ลึกล้ำ ดวงหน้างามมักล่อเร้นให้สงสัย ถ้าใครหลงแค่ดวงหน้า...จะสายกว่าคิดไว้
    มังราย...งามเฉกชายชาญ
    กล้าหาญ ซื่อตรง
    อ้ายฟ้า...ดำรงลักษณ์ยิ่งอิสตรี
    ยามดาบกรีดคอ ยังนุ่มนวลคล้ายคลี่ปลิดกลีบดอกไม้ รอยยิ้มแตะบนริมฝีปากไม่เคยจาง
    มันอันตราย...ทั้งกายาและฝีมือ!
    อ้ายฟ้าและ ‘นางอั้วเวียงชัย’ มหาเทวีในพระยามังราย ล้วนเป็นศิษย์เจิงดาบ ‘ครูเฒ่าอ้ายคำ’ ... นางเป็นเพื่อน จะว่าเป็นพี่ด้วยก็ได้
    ทว่าลึกลงไป...อ้ายฟ้ารักนาง
    หากนางเปรียบเสมอ ‘ฟ้ามุ่ย’ บนยอดยางสูง
    สูงแลอ่อนละมุนยิ่ง หาควรแตะต้องไม่
    อ้ายฟ้านั้น รักนางอย่างไม่ต้องการอะไร
    รักอย่างปรารถนา มันต้องหาให้ อ้ายฟ้ารู้รักรู้ให้ เพียงนางพอใจ โดยไม่หวังอะไรจากนาง !
    หากจริงหรือ...กี่วันกี่ปี อ้ายฟ้าไม่มีวันเปลี่ยนใจ
    หากจริงหรือ...ขุนศึกเกรียงไกร ปักหลักใจที่ใดจะไม่คลอนแคลง!

    กาลต่อมา...เมื่อพระยามังรายอุษาภิเษก ‘นางพายโค’ ราชบุตรีแห่งพระยาเม็ง รามัญหงสาวดี นางเพิ่งแรกรุ่นชันษา และนางนั้นก็งามนักหนา ปัญหาใช่ความหอมหวานจากนาง หากคือความสำคัญของการอุษาภิเษก
    ‘หื้อนายพายโคเป็นราชาเทวีหั้นแล’
    ขณะ ‘นางอั้วเวียงชัย’ คือ...มหาเทวี
    บัดนี้ ‘นางพพายโค’ ขึ้นเป็น...ราชเทวี
    นางอั้ว...นางเป็น ‘มหาเทวี’ นางย่อมมิปริวาจา นางคงสงบเสงี่ยม คอยท่าพระยาผู้ผัวคืนเมือง หากนางเตรียม ‘เส้นทาง’ ของนางไว้ในใจ
    “เฮาจะอักเจ้า เฮาจะให้สัญญา ถ้ามีนางอื่นนอกจากเจ้า เฮาจะให้ฟ้าลงโทษ”
    เจ้ามังรายผิดรัก ผิดสัจวาจา!
    พระยามังราย นางอั้วเวียงชัย อ้ายฟ้าและนางพายโค เป็นเรื่องราวดั่งตำนาน ก่อเกิด ‘เวียงกุมกาม’งามพริ้ง
    หากโศกนาฏกรรมด้วยเสน่หา พาทุกอย่างจ่อมจม!
    ‘จงรักเสีย เมื่อเป็นเวลาแห่งรัก
    ไม่นานนัก ให้แสนรักก็ต้องลา...’
    โอ้...เวียงกุมกาม ทมยันตีเล่าย้อนตำนาน อ่านให้ม่วนอกม่วนใจเฮาเนอ

    ๏~* เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก *~๏

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : รักแรกก็เหมือนฟันน้ำนมที่วันหนึ่งต้องหลุดไปเพื่อรอฟันแท้เข้ามาแทนที่

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่รักกันจะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้ นอกจาก...คนที่รักกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : บางครั้งคนที่รักกัน ก็รักกัน จนโกรธกันไม่ลง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : สำหรับคนที่เข้าใจชีวิต...คนที่รักกันก็ทะเลาะกันได้ “แต่สุดท้ายก็ดีกัน”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : การที่คนที่รักกันทะเลาะกัน ไม่ได้แปลว่าพวกเค้าไม่มีความสุข


    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่รักกัน ยังไงก็รักกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คำว่า “แฟน” กับคำว่า “รักแท้” คนละคำกัน แต่บางครั้งก็เป็นคำเดียวกัน ถ้าคุณเจอรักแท้กับแฟนของคุณ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนรักกันไม่จำเป็นต้องคุยกันตลอดเวลา

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : “ใครๆก็ผิดพลาดได้ในอดีต รวมทั้งคนรักของเรา”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : อย่าเสียดายเวลากับรักไม่แท้ ถือเสียว่าเวลาเหล่านั้น เป็นประสบการณ์ชีวิตให้เราค้นพบตัวเองมากขึ้น

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักยืนยงต่อไปได้ไม่จบสิ้น ถ้ามีคำว่า “เห็นอกเห็นใจ” กัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่พูดว่า “ไม่มีใครรักคุณมากกว่าผม” สักวันเค้าอาจทิ้งคุณไป

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : วิธีตัดสินว่าผู้ชายคนไหนดีที่สุดเห็นจะต้องพึ่งสิ่งเดียว “เวลา”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ไม่จริงที่ผู้ชายน้อยใจไม่เป็น และผู้หญิงขี้น้อยใจกว่าผู้ชายเสมอ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่มีใจให้กัน ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : อย่าใช้เหตุผลกับคนรัก แต่ใช้ความเห็นใจกับคนรัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : บางครั้งอารมณ์ที่หงุดหงิดก็หายไปหมดแค่ได้คุยกับคนที่เรารัก


    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักทำให้โลกสดใส จริงจริง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้ชายต่อสู้เพื่อให้ได้คนที่ตัวเองรักและต้องการ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถึงคนคนนึงจะดีเท่าไหร่ ตรงสเป็กตามที่เราต้องการเท่าไหร่แต่ยังไงก็ไม่ใช่คนที่เรารัก...ก็เป็นได้แค่คนที่เราได้เจอ แต่ยังไงก็ไม่ใช่คนที่เรารัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ฉันได้รู้ว่าอย่าลองใจคนรักด้วยการพูดถึงแฟนเก่า ใช่...คุณได้รู้ว่า เค้ารักเรา แต่...เค้าเจ็บ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนรักถึงเกิดมาเพื่อรักเราแต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็น “คนรักสำเร็จรูป” เพราะฉะนั้นบางครั้งไม่อาจได้ดั่งใจเรา ต้องอาศัยการพูดและการปรับตัวเพื่อแก้ไขกัน


    ฉันได้เรียนรู้ว่า : เราควรจะมีวิธีบอกคนที่เรารักว่า บางครั้งบางเรื่องยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถ้าเรายังเด็กจะคิดว่าฟันน้ำนม นั้นคือฟันตลอดไปของเรา แต่เมื่อโตขึ้นจะรู้ว่าไม่ใช่ แต่ ณ เวลานั้นเรามักคิดว่า...ใช่

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้หญิงหลายคนเจอประสบการณ์ตรงกัน ผู้ชายที่จีบเราอยู่ดีดีก็หายไปเฉยๆเลย...งง...เค้าเป็นกันหลายคนนะ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้ชายหลายคนเมื่อ “ต้องการ” จะพูดว่า “รัก”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ไม่มีใครอกหักแล้วไม่เจ็บ เหมือนถอนฟัน แต่วันหนึ่งก็หาย แต่หายแล้วจะเป็นยังไงต่อ ค่อยว่ากัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : มนุษย์เราต้องการความอบอุ่นและครอบครัว หลายคนเมื่อขาดตรงนี้พยายามหาสิ่งอื่นมาชดเชย แต่จะพบว่ามันชดเชยกันไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถ่านไฟเก่าจะเกิดได้กับคนที่เลิกกันเพราะไม่เข้าใจกันแต่ยังรักกัน แต่สำหรับคนที่เค้าเลิกกัน เพราะไม่รักกัน...”ถ่านไฟดับ”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ...ดีแล้วที่เราได้เลิกกับคนที่เราไม่แน่ใจมาตลอด เมื่อแผลหาย เราจะรู้ว่า เราทำถูกที่สุด... รึป่าว

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิตได้จริงจริง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรัก...มันมีอยู่จริง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักเหมือนความสวย ซึ่งพระเจ้าไม่ได้ประทานมาให้คนทุกคน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : สุดท้าย...รักก็คือรัก...ไม่รักก็คือไม่รัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า :ถ้ายังไม่รู้ว่าคุณต้องการใคร มิวิธีพิสูจน์ “เวลา”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่ไม่พูดว่า “หึง” ไม่ได้แปลว่า “ไม่หึง”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้ชายบางคนไปจีบผู้หญิงอื่น เพียงเพื่อประชดแฟนตัวเอง ไม่ใช่เพราะชอบจริงๆ ผู้หญิงหลายก็เป็นแบบนี้

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถ้ารักกันต้องคุยกันการคุยกันอย่างเปิดเผย ทำให้ไม่ระแวงกัน นั้นแหละดีที่สุด

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : บทสรุปของความรักไม่ใช่การแต่งงาน นั้นเป็นตอนจบของละครเรื่องนึง แต่บทสรุปของความรักคือ

    “การที่เราสองคนได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เติมเต็มกันและกัน ชั่วชีวิตของเรา”...

    *..*คน 2 คน *..*

    แต่ละคน เติบโตมาจากที่แตกต่าง
    ยิ่งมาอยู่ใกล้กันมาก..... ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่าง
    .....ของคนสองคน......
    อาจมีหลายครั้งที่เรารู้สึกขัดใจ  ที่อีกคนทำอย่างนั้น อย่างนี้
    หรือพูดจาอะไรที่เราไม่ค่อยพอใจ
    แต่ด้วยความรักที่มีอยู่ และหวาดกลัวว่า
    หากพูด หรือ ทำอะไรออกไปแล้วจะเกิดการกระทบกระทั่ง
    หรือทำให้เสียความรู้สึกกันไปเปล่าๆ
    .....
    จึงเก็บความอึดอัดใจไว้ดีกว่า
     
    จนเผลอลืมไปว่า ความรู้สึกที่ไม่ได้รับการผ่อนคลายนั้น
    จะถูกทับถม  สะสมไว้ให้สูงขึ้น เป็นความขุ่นเคือง
    ในอารมณ์ ... อยู่เสมอ
    ....
    และอาจถึงจุดที่ไม่อาจทนได้ในสักวัน
     
    การคบหากับใครสักคนอย่างจริงจังนั้น
    เราต้องไม่ลืมว่า
    คนๆ นั้น คือคนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป
    อย่าให้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอดทนขนาดนั้นเลย...ดีไหม...
     
    กล้าที่จะพูดในแง่ดี ใน แง่เสีย
    เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้รับรู้... และ ... ปรับตัวเข้าหากัน
    ...
    เพื่อถนอมรักไว้ให้อยู่ด้วยกัน นานๆ
     
    เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย .. หากจะ
    เก็บความรู้สึก  เพื่อที่จะรักกันให้มากๆ ในวันนี้
    -- --
    แต่...ไม่เคยยอมรับอะไรกัน
    และ.. ให้ความรักน้อยลงในวันต่อไป
     
    อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองใจเล็กๆ
    กลายเป็นเรื่องใหญ่
    กล้าที่จะพูดคุยกันให้เข้าใจ
    และให้ทุกความคลางแคลงใจจบลง... ที่ตรงนั้น...
     
    ความรัก
    เป็นเรื่องใหญ่ .. เกินกว่าที่จะถูกบั่นทอน
    ด้วยเรื่อง เ ล็ ก ๆ น้ อ ย ๆ
    ------
    แค่ คน สอง คน ไม่ คุย กัน
    ------
     
     

    :๏:-:๏:โอกาสพิเศษ:๏:-:๏:

    :๏:-:๏:....ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
    เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
    เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
    เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
    เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
    แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น.....
    เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
    เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
    เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
    ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
    ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
    เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
    จงแสวงหา การหยั่งรู้
    จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
    จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
    กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
    ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
    เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
    น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
    เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
    บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
    อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
    ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
    เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
    …..และเวลานี้….. :๏:-:๏:

    "เธอ"

    **....เธอไม่ใช่สายน้ำ แต่เธอเย็นฉำชื่นหวาน
    ...เธอไม่ใช่สายธาร แต่เธอไหลผ่านหัวใจ
    ความรัก เสลาสลัก สวยใส
    งามใด เล่างามใด
    เทียบได้ งดงาม....เท่าความรัก
    สลักลึกในความทรงจำ ลึกล้ำย้ำรอยสลัก
    นิรันดร นั้นนานนัก แต่รักนี้ นานกว่า.....**
     

    ลำนำรัก....

    .....จงรักเสีย เมื่อเป็นเวลาแห่งรัก
    ...........ไม่นานนัก ให้แสนรัก ก็ต้องลา.......
     
     
    ``อกอุ่นนี้   กว้างแข็งนัก  ปกปักษ์ รักษาข้าได้
    ยามทุกข์   ยามมีโพยภัย อยู่ในอกนี้ อย่ามีเกรง``
     
     
    ** หากจะรัก รักนั้น ต้องทั้งหมด
    เกียรติยศ หรือชีวิต ปลิดให้ได้
    ถึงแผ่นดิน มหาศาล ค่าปานใด
    จะว่างไว้ ในอุ้งหัตถ์ รักนิรันดร์**
     
     

    นิทานเรื่อง....."นาฬิกา กับ ความรัก" "Time and love"

               คนที่ใส่นาฬิกาข้อมือเป็นประจำ คงจะรู้สึกได้....ถ้าวันหนึ่ง นาฬิกาเรือนนั้นได้หายไปจากข้อมือ และคงรู้สึกขัดเขินทุกครั้งยามยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้น  เพื่อมองหาเวลา  สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ได้พบหรือทำเป็นประจำ ย่อมก่อให้เกิดความผูกพัน  หรือ ความเคยชิน ฉันเก้อทุกครั้งยามยกข้อมืดขึ้นดูเวลาแล้วพบกับความว่างเปล

               อะไรบางอย่าง.... ทำให้นึกถึงใครบางคน ในช่วงเวลาที่เค้าหายไป

               ฉันรู้สึกขาด......เมื่อมองไปรอบๆ แล้วไม่พบเค้า

                ฉันเคยรู้สึกพอใจที่มีเค้าอยู่ใกล้ๆ ในวันที่ไม่แข็งแรง แต่บางครั้ง..........

    พอใจกับการเดินคนเดียว

                มีใครบางคนบอกว่า.....  คนเราจะรู้ค่าต่อเมื่อได้สูญเสียสำหรับตัวเองกลับคิดว่า.... ยอมสูญเสียดีกว่า เพื่อให้ได้ลึกซึ้งถึงคุณค่านั้น

                บางทีมันอาจจะเป็นการดี หากฉันจะอยู่ห่างๆ หรือตัดขาดจากอะไรบางอย่าง เพื่อให้รู้ซึ่งถึงหัวใจของตัวเองให้มากขึ้น

                กับใครบางคนที่ขาดหายไปจากชีวิตเรา คงจะเหมือนกับเราไม่มีนาฬิกาบนข้อมือ และคงมองหาเมื่อหายไปในช่วงแรกๆ แต่อีกไม่นาน  มันคงจะเป็นความเคยชิน....

     

    นิทานเรื่องนี้สองให้รู้ว่า

              คนเราจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเคยมี ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นได้หลุดมือไปแล้ว แต่จะมัวถวิลหาสิ่งที่เสียไปแล้วอยู่ใย เพราะถ้าเคยชินกับสิ่งที่มีได้ ก็จะเคยชินเมื่อไม่มีได้เช่นกัน.....

     

    ^*^LOVe^*^

    ....i want you with me all the time....
    sun rise and sunset and all the time
    you are the one, love i am living for
    had we just begun love
    could i love you more.....

    อ้อมแขนที่อบอุ่น

    ......สวรรค์สร้างเรามาเกิดเพียงครึ่ง
        ปล่อยให้อีกครึ่งหนึ่งของตัวเราไว้ที่ไหนก็ไม่รู้
        เราต้องเสาะหาติดตามให้พบ
        เพราะเหตุนี้ มนุษย์กอดตัวเองไม่เพียงพอ
        เราต้องกอดใครอีกคนหนึ่ง
        และให้เค้ากอดตอบ
        อ้อมกอดจึงจะสมบูรณ์.......

    วันแรกที่หัดทำ

    13th May 2006,
     
    เย้ๆ..... ว่าจะทำมาหลายวัน แต่ดันง้อ...อิอิ ขี้เกียจ เริ่มทำวันนี้ตอนเกือบๆ 5 ทุ่ม อิอิ ว่าแต่ step by step from here...